ต่อต้านริ้วรอยบนใบหน้าด้วย Botulinum Toxin A

0
149

Botulinum toxin A คืออะไร?

Botulinum toxin (BoNT) เป็นผลิตภัณฑ์ทางชีวภาพอย่างหนึ่งซึ่งเป็นท็อกซินหรือสารพิษที่สกัดมาจากแบคทีเรียชื่อว่า Clostridium Botulinum ซึ่งมีสายพันธุ์ (serotype) ต่าง ๆ ถึง 7 สายพันธุ์ โดย type A เป็นสายพันธุ์ที่ทำให้ได้ Neurotoxin ที่มีขนาดโมเลกุลที่ใหญ่ที่สุด1-3 และออกฤทธิ์ได้ดี จึงนิยมนำมาใช้ในทางการแพทย์มากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ

วิธีการผลิต Botulinum toxin ของแต่ละยี่ห้อจะต่างกันไปตามสายพันธุ์แบคทีเรียที่ผู้ผลิตแต่ละรายเลือกใช้4 รวมถึงกระบวนการผลิตของผู้ผลิตแต่ละเจ้าจะแตกต่างกัน ส่งผลให้ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย การออกฤทธิ์ของแต่ละยี่ห้อจะแตกต่างกัน ทำให้ปริมาณที่ออกฤทธิ์ในการใช้รักษาไม่สามารถใช้เปรียบเทียบกันได้ ดังนั้นปริมาณสารลดริ้วรอยของแต่ละยี่ห้อจึงแนะนำให้ใช้ในปริมาณที่แตกต่างกันไป

การใช้ Botulinum toxin type A เพื่อลดริ้วรอยย่นบนใบหน้า

การใช้ Botulinum toxin type A (BoNT/A) เพื่อความสวยงามใช้การฉีดแบบ Intramuscular injection คือ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่หดเกร็งมากไป เป็นวิธีฉีดที่ใช้กันบ่อยที่สุดทางคลินิก ใช้ในการรักษารอยย่นตีนกา ระหว่างคิ้ว และหน้าผาก ขนาดยาที่ใช้ขึ้นกับจำนวนรอยย่นและความรุนแรงของการหดเกร็งของกล้ามเนื้อนั้น ๆ โดยยาจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-75 วัน ต่างกันไปแล้วแต่ยี่ห้อ

การดื้อต่อ BoNT/A

เนื่องจาก BoNT/A เป็นนิวโรท็อกซินโปรตีน (neurotoxin protein) ซึ่งเป็นโปรตีนเชิงซ้อนหลายชนิด ได้มาจากการสกัดโปรตีนของแบคทีเรียออกมา ซึ่งหากในกระบวนการผลิตไม่สามารถกำจัดสารปนเปื้อนได้หมด เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สร้างแอนติบอดีขึ้นมา อาจทำให้เกิดภาวะดื้อยาขึ้น ในบางคนอาจกระตุ้นให้เกิดการสร้างภูมิต้านทานต่อ BoNT/A ขึ้นมา ซึ่งจะทำให้ลดการตอบสนองต่อการออกฤทธิ์ของตัวยาลงไป

สาเหตุการเกิดการสร้างภูมิต้าน BoNT/A นี้ขึ้นกับกรรมพันธุ์ รวมถึงยังขึ้นอยู่กับการผลิตและสูตรของ BoNT/A เพราะฉะนั้นการป้องกันการเกิดการดื้อ BoNT/A จึงขึ้นกับการเลือกชนิดยี่ห้อของยาเป็นสำคัญด้วย6-9

สาเหตุของการเกิดการดื้อ BoNT/A10

  • ใช้ยาที่มีกระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐาน
  • การฉีดยาในปริมาณครั้งละมากเกินไป หรือฉีดถี่เกินไป
  • กรรมพันธุ์ของแต่ละคน
  • ฉีดโดยแพทย์ที่ไม่ชำานาญหรือการฉีดผิดทำให้ต้องฉีดบ่อยขึ้น

ข้อควรรู้ก่อนฉีด

ก่อนตัดสินใจฉีด BoNT/A สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวยาที่จะฉีดนั้นเป็นตัวยาที่มีคุณภาพ  มีการใช้งานมาอย่างยาวนาน และผ่านมาตรฐานของหน่วยงานด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ยาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (USFDA) และองค์การยาสหภาพยุโรป EMA

ก่อนฉีด BoNT/A 2-3 วัน ควรงดการสครับหน้าและขัดหน้า เพื่อลดความเสี่ยงรอยฟกช้ำ ความระคายเคือง และลดผลข้างเคียงที่จะตามมา นอกจากนี้ยังควรหยุดใช้ยากลุ่มกรดวิตามิน A ที่ทำให้ผิวบอบบาง และหยุดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs และน้ำมันปลา เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และหากตั้งครรภ์อยู่ ไม่แนะนำาให้ฉีด11

คำถามที่พบบ่อย

Q ควรเริ่มฉีดเมื่อไหร่?
A
ฉีดได้เมื่อเริ่มมีรอยย่น ไม่ควรรอให้เกิดรอยย่นนานจนเกิดเป็นเส้นร่องลึกถาวร

Q ถ้าเลิกฉีดริ้วรอยจะกลับมามากกว่าเดิมไหม?
A
ริ้วรอยจะค่อย ๆ กลับมาตามสภาวะของคนไข้

Q ถ้าฉีดบ่อยจะเกิดการดื้อยาจริงไหม?
A
จริง โดยควรเว้นระยะเวลาในการฉีดอย่างน้อย 3 เดือน4 และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพราะ BoNT/A ที่ไม่มีคุณภาพอาจมีสารปนเปื้อน ซึ่งจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ง่ายขึ้น

Q BoNT/A จากแต่ละประเทศต่างกันอย่างไร ควรเลือกยี่ห้อไหนดี?
A
ต่างกันที่สายพันธุ์ของแบคทีเรียที่เลือกใช้ และกระบวนการผลิตที่ต่างกัน ดังนั้นควรเลือกประเทศต้นทางที่น่าเชื่อถือ และเป็นยี่ห้อที่มีการใช้มาอย่างยาวนานเนื่องจากมีหลักฐานทางวิชาการแสดงถึงความปลอดภัยในระยะยาวมากกว่า โดยประเทศไทยมีการนำเข้า BoNT/A ทั้งแบบถูกและผิดกฎหมาย ขายกันในอินเตอร์เน็ตมากมาย บางรายเป็นยาปลอมยาเถื่อน จนทำให้เกิดข้อเสียต่อคนไข้อย่างมากจนถึงแก่ชีวิตก็มี การเลือกผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือจึงมีความสำคัญมาก ทั้งด้านความปลอดภัยและด้านประสิทธิภาพการรักษา รวมถึงการดื้อยาภายหลังด้วย

Q ควรเลือกแพทย์ผู้ฉีดอย่างไร?
A
นอกจากการเลือกยี่ห้อยาที่น่าเชื่อถือแล้ว การเลือกแพทย์ก็มีความสำคัญมาก ควรเป็นแพทย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น เปลือกตาบนตก ตาเหล่เห็นภาพซ้อน ปากเบี้ยว ไปจนถึงหยุดหายใจ และเสียชีวิตได้12, 13

 

References:
1. Sakaguchi G, Kozaki S, I.O.Structure and function of botulinum toxins, In: Alouf JE, ed. Bacterial Protein Toxins, London: Academic Press, 1984;435-43.
2. Sakaguchi G, Ohishi I, Kozai S, Purification and oral toxicities of Clostridium botulinum progenitor toxins. In: Lewis GEJ, ed. biomedical Aspects of Botulism. New York; Academic Press, 1981;64:1589-94.
3. Inoue K, Fujinaga Y, Watanabe T, et al. Molecular composition of Clostridium botulinum type A progenitor toxins. Infect Immun 1996;64:1589-94.
4. Product information. Allergan Ltd. Revised 03/2020.
5. Brashear A, Watts MW, Marchetti A, et al. Duration of effect of Botulinum toxin type A in adult patients with cervical dystonia: a retrospective chart review. Clin Ther 2000;22: 1516-24.
6. Brin MF, Comella CL, Jankovic J, et al. Long-term treatment with Botulinum toxin type A in cervical dystonia has low immunogenicity by mouse protection assay. Mov Disord 2008;23: 1353-60.
7. Yablon SA, Brashear A, Gordon MF, et al. Formation of neutralizing antibodies in patients receiving Botulinum toxin type A for treatment of post-stroke spasticity: a pooled-data analysis of three clinical trials. Clin Ther 2007; 29:683-90
8. Zuber M, Sebald M, Bathien N, et al. Botulinum antibodies in dystonic patients treated with Botulinum toxin type A: frequency and significance. Neurology 1993; 43: 1715-8.
9. Myobloc® Prescribing information. Solstice Neurosciences, Inc. South San Francisco, CA, 2004.
10. Bangkok Biz News 2021, ‘โบ…ให้ปลอดภัย’ ไม่ดื้อยา สวยไม่เสี่ยง-หล่อไม่หลอกตา, accessed 25 August 2021, <https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/918002>.
11. คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล 2013, จะดีหรือร้าย เมื่อใช้ “Botox”, accessed 25 August 2021, <https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1022>.
12. Cote TR, Mohan AK, Polder JA, Walton MK, Bruan MM. Botulinum toxin type A injection: adverse events reported to the US Food and Drug Administration in therapeutic and cosmetic cases. JAAD 2005;53:407-15.
13. Gershon SK, Wise RP, Bruan MM. Adverse events reported with cosmetic use of Botulinum toxin A. Pharmacoepidemiol Drug Safety 2001;10(Suppl):S135-6.