ห้องนอนแบบไหน ใช่สำหรับคนเป็นภูมิแพ้

ภูมรินทร์ ณ วิเชียร มัณฑนากร

0
4570
ห้องนอนสำหรับคนเป็นภูมิแพ้

คุณมีอาการดังนี้หรือไม่?

เมื่ออยู่ในที่ที่มีฝุ่นมาก ๆ เวลาฝนตก หรืออยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น มักจะมีอาการคัน แสบจมูก แสบตา ระคายเคืองตา คันในลำคอ ไอตอนกลางคืนหรือช่วงตื่นนอน จามตอนเช้า ๆ เป็นประจำ ตามด้วยอาการเหมือนคนจะเป็นหวัด คัดจมูก มีผื่นคันตามผิวหนัง หากมีอาการเหล่านี้แสดงว่าคุณมีแนวโน้มว่าจะเป็น “โรคภูมิแพ้” แล้วล่ะค่ะ

ในเมืองใหญ่มีมลพิษมากมาย เกิดจากการก่อสร้าง การจราจร มีฝุ่นละอองหนาแน่น ผู้คนนิยมเลี้ยงสัตว์ในบ้านกันมากขึ้น การตกแต่งบ้าน การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ที่ก่อให้เกิดการสะสมของฝุ่น นิยมติดเครื่องปรับอากาศทำให้อากาศถ่ายเทได้ไม่ดี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุเริ่มต้นที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้ทั้งสิ้น ดังนั้นในการจัดตกแต่งบ้าน โดยเฉพาห้องนอน ซึ่งเป็นห้องที่มีความสำคัญต่อสุขภาพของเรามากที่สุด เพราะเป็นที่ที่เราใช้หลับนอน พักผ่อน เฉลี่ยแล้วประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน จึงต้องใส่ใจกับการจัด ตกแต่งให้มากกว่าห้องอื่น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการภูมิแพ้ มีข้อแนะนำดังนี้ค่ะ

ลักษณะที่ตั้งของห้องนอน

  • ควรมีหน้าต่างอย่างน้อย 2 ด้าน สำหรับเปิดเพื่อให้เกิดการหมุนเวียน ถ่ายเทของอากาศจากภายนอกเข้าสู่ห้องนอน
  • ห้องนอนไม่ควรอยู่ใกล้ห้องน้ำหรือมีห้องน้ำในตัว เพราะห้องน้ำเป็นแหล่งสะสมความชื้นและเชื้อโรคต่าง ๆ  แต่เพื่อความสะดวกในการใช้งานหรือมีพื้นที่จำกัด การมีห้องน้ำในห้องนอนก็จะมีวิธีแก้ไขค่ะคือบานประตูห้องน้ำจะต้องทึบไม่ให้มีช่องระบายอากาศ ทั้งนี้เพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ ควรติดตั้งพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำ และควรจะมีช่องแสงกว้าง ๆ เพื่อแสงแดดจะได้ส่องถึง ลดความชื้น และฆ่าเชื้อโรคได้
  • ห้องนอนต้องมีแสงแดดส่องถึง เป็นการช่วยขจัดเรื่องของความอับชื้น และแสงแดดสามารถฆ่าเชื้อโรคบางชนิดได้
  • วัสดุปูพื้นสำหรับห้องนอนควรเลือกเป็นพื้นไม้ จะเป็นพื้นไม้จริงหรือพื้นไม้ลามิเนตก็ได้ เน้นที่ทำความสะอาดง่าย ไม่อมฝุ่น
  • ผนังห้อง หากต้องความโรแมนติค สวยงาม แนะนำให้ติดวอลเปเปอร์ กาวที่ใช้ติดจะต้องผสมน้ำยากันเชื้อรา หากต้องการทาสี ควรเลือกสีไร้สารตะกั่ว และเป็นชนิดที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย
  • เตียงนอน ควรเลือกเตียงที่มีขาเตียง ยกสูงจากพื้น ให้มีพื้นที่ใต้เตียงเพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด ไม่ควรใช้เตียงที่มีลิ้นชักเก็บของ เพราะจะเป็นแหล่งสะสมฝุ่นอย่างดี
  • ไม่ควรมีหนังสือหรือชั้นวางหนังสือ ของสะสมต่าง ๆ เช่น ตุ๊กตาขนฟู เพราะสิ่งของเหล่านี้คือตัวสะสมฝุ่นอย่างดี หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้เก็บในตู้ที่มีบานกระจก จัดเรียงให้สวยงาม
  • เฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนควรมีจำนวนชิ้นให้น้อยที่สุด เน้นเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นเท่านั้น
  • ตู้เสื้อผ้าไม่ควรตั้งในห้องนอน เนื่องจากฝุ่นจากเส้นใยผ้าอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้
  • ไม่ควรปูพรมใด ๆ ทั้งสิ้น  เพราะพรมเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและความชื้นอย่างดี
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการนอน เช่น ผ้าปูที่นอน หมอน ผ้านวม ที่ออกแบบมาสำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะ ราคาค่อนข้างสูงกว่าผ้าธรรมดา แต่เพื่อสุขภาพที่ดี หมั่นซักทำความสะอาดเครื่องนอนเหล่านี้อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งนะคะ
  • ผ้าม่านในห้องนอน ควรเลือกแบบที่สามารถถอดซักทำความสะอาดได้บ่อย ๆ
  • ไม่ควรตากผ้าในห้องนอน  เพราะจะทำให้ห้องนอนเกิดความอับชื้น เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์
  • ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงเข้ามานอนด้วย เพราะอาจจะมีเชื้อโรคที่ติดมากับสัตว์เลี้ยง เห็บ หมัด หนอน พยาธิ ขน หรือรังแคของมัน เป็นสาเหตุของการเกิดอาการภูมิแพ้และโรคอื่น ๆ ตามมาได้
  • เครื่องปรับอากาศภายในห้องนอน ควรให้ช่างมาล้างทำความสะอาดอย่างน้อย 3 เดือนต่อ 1 ครั้ง แนะนำให้ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ
  • หมั่นดูดฝุ่น เช็ดถู ทำความสะอาดห้องนอนเป็นประจำ
  • เปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตใหม่ พยายามหลีกเลี่ยงสารที่จะก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ทุกอย่าง หากเริ่มมีอาการแพ้ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาเนิ่น ๆ หากปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวได้

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้คุณและคนที่คุณรักบรรเทาจากอาการของโรคภูมิแพ้ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ หากท่านใดที่ยังไม่มีอาการของภูมิแพ้ คำแนะนำเหล่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้ได้ไม่มากก็น้อยเช่นกันค่ะ

เทคนิคเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ

  • เครื่องฟอกอากาศที่ดีควรมี 2 ระบบในตัวเดียวกัน คือ มีทั้งความสามารถในการกรองฝุ่นชั้นอนุภาคใหญ่ ๆ ในชั้นแรก และปล่อยประจุไฟฟ้าเพื่อดักฝุ่นในห้องให้ตกลงสู่พื้นอีกชั้นหนึ่ง และควรกรองกลิ่นได้ในระดับหนึ่ง
  • ต้องมีแรงมากพอที่จะดูดอากาศโดยรอบ เพื่อดักฝุ่นและปล่อยอากาศสะอาดออกมาด้วยแรงลมที่ไม่เบาจนเกินไปนัก
  • ก่อนตัดสินใจซื้อควรหาข้อมูลของแผ่นกรองอากาศให้ดีว่าสามารถกรองอนุภาคได้ขนาดไหน มีความยากง่ายในการทำความสะอาดแค่ไหน และราคาแผ่นกรองใหม่ในกรณีที่แผ่นกรองหมดอายุใช้งาน
  • หากเป็นเครื่องฟอกอากาศอย่างเดียวควรกินไฟไม่เกิน 20 – 50 วัตต์
  • มีเสียงรบกวนเวลาเครื่องทำงานน้อยที่สุด เพราะส่วนมากเราจะใช้เครื่องฟอกอากาศในห้องนอนเวลากลางคืนมากที่สุด
  • สิ่งสุดท้ายคือการพิจารณาค่าที่เรียกว่า CAD(Clean Air Delivery Rate) ของเครื่อง ซึ่งค่านี้เป็นค่าสากลที่ใช้วัดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องฟอกอากาศ ในเวลาที่มีคนอยู่ในห้อง ตัวเลขนี้ค่ายิ่งสูงยิ่งดี

 

Resource : HealthToday Magazine, No.198 October 2017