ทำอย่างไรเมื่อลูกรักกินยาก

พญ.อรวรรณ เอี่ยมโอภาส พบ., ว.ว. (กุมารเวชศาสตร์), อ.ว. (กุมารเวชศาสตร์โภชนาการ)

0
3627

ปัญหาการกินเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กช่วงอายุ 1-3 ปี ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดจากการอมข้าว เคี้ยวข้าวช้า เบื่ออาหาร กินน้อย กินยาก ไม่กินผักหรือผลไม้ หรือเลือกกินอาหารเฉพาะบางอย่าง ผู้ปกครองจึงมักมีความกังวลว่าบุตรหลานจะมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ขาดสารอาหาร หรือมีภาวะโภชนาการที่ไม่เหมาะสม

สาเหตุที่พบปัญหาการกินในเด็กช่วงปฐมวัยได้บ่อย เนื่องจากเด็กวัยนี้จะมีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อที่ดีขึ้นมาก  ประกอบกับมีความเป็นตัวของตัวเองสูง จึงอยากทำอะไรด้วยตนเองมากขึ้น และทำให้มีความสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้นเด็กจึงมักจะห่วงการเล่นมากกว่าการกิน ผู้ปกครองควรมีความเข้าใจด้วยว่า ในเด็กช่วงวัยนี้จะมีอัตราการเจริญเติบโตลดลง และมีความแตกต่างของพื้นฐานอารมณ์ เด็กแต่ละคนก็จะมีรูปแบบการกินอาหารที่แตกต่างกันออกไป

แนวทางการเลี้ยงดูเพื่อส่งเสริมนิสัยและพฤติกรรมการกินที่ดี

  • เด็กควรได้กินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน เพราะนมแม่จะมีความหลากหลายของรสชาติตามชนิดของอาหารที่แม่กิน  เด็กที่กินนมแม่จึงคุ้นเคยกับรสชาติของอาหารที่หลากหลาย และเมื่อเริ่มอาหารตามวัยก็จะสามารถรับอาหารได้
    ง่ายขึ้น
  • ควรเริ่มให้เด็กกินอาหารตามวัยในช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ อายุประมาณ 4-6 เดือน เพื่อช่วยพัฒนากล้ามเนื้อ
    เกี่ยวกับการเคี้ยวและกลืนอาหาร และนำไปสู่การกินอาหารแบบผู้ใหญ่ได้
  • เด็กที่เริ่มกินผักผลไม้ตั้งแต่อายุ 6-9 เดือน จะมีนิสัยการกินผักผลไม้ได้ดีกว่าเด็กที่เริ่มกินช้า
  • ในเด็กที่ปฏิเสธการกินอาหารบางชนิด ผู้ปกครองควรจัดอาหารชนิดนั้น ๆ ให้เด็กอีกอย่างน้อย 10 ครั้ง เพื่อฝึกให้เด็กได้เกิดความคุ้นเคยและสามารถยอมรับอาหารนั้นได้ดีขึ้น

คำแนะนำ สำหรับผู้ปกครองเพื่อแก้ปัญหาเด็กกินยาก

  • จัดเตรียมมื้ออาหารให้เป็นเวลาสม่ำเสมอ เช้า – กลางวัน – เย็น
  • ไม่กินอาหารหรือขนมอื่นใดในช่วงใกล้มื้ออาหารหลัก
  • บรรยากาศของการกินที่ผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียดจนเกินไป
  • ควรกินอาหารที่โต๊ะอาหาร พร้อมกับสมาชิกในครอบครัว
  • ลดสิ่งเร้า หรือดึงดูดใจระหว่างมื้ออาหาร เช่น การนั่งกินหน้าโทรทัศน์ ดูโทรศัพท์มือถือ กินไปเล่นไป
  • กำหนดปริมาณอาหารสำหรับเด็กให้เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป หากกินหมดแล้ว อาจให้ตักเพิ่มได้ตามสมควร
  • ใช้เวลาในการรับประทานอาหารนานมื้อละไม่เกิน 30 นาที
  • ควรให้คำชมเชย เมื่อลูกมีระเบียบวินัยในการกินที่ดี หรือกินอาหารได้ดีขึ้น

อาหารที่แนะนำ สำหรับเด็กที่มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์

  • ควรทำอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เช่น ข้าว เนื้อสัตว์ นม ไข่ ผักใบเขียว ผลไม้ และไขมัน
  • ทำอาหารให้มีพลังงานสูง ด้วยวิธีการทอด ผัด หรือใช้น้ำมันพืชเติมในอาหาร
  • ชิ้นอาหารควรมีขนาดพอดีในแต่ละคำ และมีการจัดจานอาหารให้สวยงามน่ากิน
  • ปรับเปลี่ยนชนิดและเมนูอาหารให้หลากหลาย เช่น อาหารจานเดียว อาหารประเภทเส้น ขนมปัง
  • เลือกกินอาหารว่างที่มีคุณภาพ วันละ 1-2 ครั้ง ได้แก่ ซาลาเปา ขนมจีบ แซนวิชทูน่า
  • แนะนำนมที่มีพลังงานสูง วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อช่วยเพิ่มพลังงาน ทำให้มีภาวะโภชนาการดีขึ้น
  • แม้จะได้รับอาหารตามคำแนะนำข้างต้นแล้ว เด็กยังคงมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ มีภาวะทุพโภชนาการ และ/หรือมีปัญหารับประทานอาหารยาก อาจพิจารณา อาหารทางการแพทย์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อเสริมโภชนาการ