กิจกรรมทางเพศหลังฟื้นจากหัวใจขาดเลือด

นพ.นริศ เจนวิริยะ ศัลยแพทย์

0
205
หัวใจขาดเลือด

เมื่อหลายสิบปีก่อนมีพ็อกเก็ตบุ๊คขายดีเล่มหนึ่งชื่อ What you always wanted to know about sex but were afraid to ask ดังมากจนชื่อหนังสือเป็นวลีติดปาก และถูกนำไปใช้ในสื่อเป็นเวลานาน หนังสือเล่มนี้พูดถึงเรื่องเซ็กส์ทั่วไปที่คนยังไม่รู้หรือเข้าใจผิดแต่ไม่กล้าถามหมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไข้โรคหัวใจขาดเลือดที่ปัญหาเรื่องเพศเป็นสิ่งที่คนไข้กลุ่มนี้ไม่กล้าถามมากกว่าคนไข้ที่ป่วยด้วยโรคอื่น ขนาดฝรั่งยังบกพร่องในเรื่องนี้ คนไทยเราก็ยิ่งมีความบันยะบันยังมากขึ้นไปอีก เพราะอายและถือคติว่า “อดข้าวดอกนะเจ้าชีวาวาย ไม่ตายดอกเพราะอดเสน่หา”

เนื่องจากไม่ค่อยมีใครพูดถึงเรื่องนี้ ผู้เขียนเลยถือโอกาสนำเอาข้อมูลจากวารสารมาเผยแพร่เพื่อเสริมความรู้ให้แก่ผู้ที่ยังสนใจในเรื่องเพศหลังหัวใจขาดเลือดแล้วบ้าง ปัจจุบันแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูได้มีการฟื้นฟูทางด้านนี้ด้วยเช่นกัน ท่านรู้ไว้จะได้ประโยชน์

คนไข้โรคหัวใจขาดเลือดส่วนมากมักจะปรึกษาหารือถามไถ่แพทย์เรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การลดน้ำหนัก เรื่องกังวลนอนไม่หลับ แต่น้อยคนจะถามถึงเรื่องเซ็กส์ จากรายงานการศึกษาหนึ่งที่ทำในคนไข้อายุ 18 – 55 ปีที่รอดชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน พบว่าน้อยกว่า 20% ที่ปรึกษาแพทย์โรคหัวใจของเขาในเรื่องเซ็กส์ สำหรับชายและหญิงที่เป็นโรคหัวใจไม่ว่าจะมีอายุมากหรือน้อย กิจกรรมทางเพศอาจจะยังมีความสำคัญสำหรับคุณภาพชีวิตของเขาอยู่ การมีความรู้ที่ถูกต้องจะช่วยให้คนไข้กลับไปมีชีวิตที่มีคุณภาพที่ดีได้

การมีกิจกรรมทางเพศหัวใจมักจะออกแรงสูบฉีดเลือดน้อยกว่าที่ท่านคิด แน่นอนว่าในขณะมีกิจกรรมทางเพศชีพจรและความดันโลหิตจะต้องเพิ่มขึ้นแน่ แต่ไม่ได้มากเหมือนการวิ่งมาราธอน แค่เท่ากับการขึ้นบันไดบ้าน 2 ชั้นหรือการวิ่งเหยาะ ๆ เท่านั้น นี่เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ว่าทำไมโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจึงเกิดไม่มากในขณะร่วมเพศ คือเกิดน้อยกว่า 1% ที่จริงแล้วการใช้ชีวิตแบบไม่ออกกำลังกาย นั่ง ๆ นอน ๆ มีความฟิตของร่างกายน้อยยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนที่มีประวัติโรคหัวใจเสียอีก

และถึงแม้ว่าจะไม่เหมือนกันเป๊ะในคนไข้แต่ละราย แต่สถานการณ์และกระบวนการฟื้นฟูทางเพศมักจะดำเนินไปดังนี้

หลังจากเป็นโรคหัวใจขาดเลือด คนไข้ต้องมีระยะพักซึ่งยาวสั้นไม่เท่ากันในแต่ละสถานการณ์ เช่น ถ้าร่างกายส่วนอื่น ๆ ของคนไข้แข็งแรงดี เพิ่งได้รับการสวนหัวใจขยายหลอดเลือด หัวใจใส่สเต็นท์มาได้ผลดี คนไข้ก็แทบจะทำการได้ภายในไม่กี่วัน แต่ส่วนมากมักจะให้พักราว 1 – 4 สัปดาห์ เพื่อรอให้ยาโรคหัวใจทำงานเข้าที่เสียก่อนที่จะเริ่มการฟื้นฟูหัวใจหรือรักษาปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดอื่น ๆ

ถ้าคนไข้ได้รับการผ่าตัดเปิดหน้าอกทำบายพาสหลอดเลือดหัวใจ ควรละเว้นการมีเพศสัมพันธ์ 4 – 8 สัปดาห์ เพื่อให้เวลาแก่กระดูกกลางหน้าอก (Sternum) ได้มีเวลาติดกันให้มั่นคง และเมื่อถึงเวลานั้นคนไข้ก็อาจจะยังต้องหลีกเลี่ยงท่าที่ไปเพิ่มความกดดันต่อบริเวณหน้าอก

หลังหัวใจขาดเลือดคนไข้จะต้องทดสอบความฟิตโดยวิธี Exercise stress test เพื่อประเมินดูว่าหัวใจทำงานอย่างไรเมื่อมีความเครียดจากการออกกำลังกายชนิดเบาและปานกลาง ในขณะออกกำลังกายหัวใจไม่ควรจะมีการขาดเลือดทำให้เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อยมากเกินไป จังหวะการเต้นผิดปกติ หรือความดันโลหิตต่ำลง ซึ่งบ่งชี้ว่าหัวใจมีความเครียดผิดปกติ แม้ว่าคนไข้จะทดสอบวิธีนี้ผ่านแล้วก็ยังต้องถามแพทย์ดูว่าจะเริ่มกิจกรรมทางเพศได้หรือยัง

การเริ่มโปรแกรมฟื้นฟูหัวใจ (ที่แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู) ส่วนใหญ่ประกอบด้วย การเปลี่ยนนิสัยการกิน การเพิ่มความฟิต การลดน้ำหนัก การจัดการกับสภาพจิตใจ ฯลฯ หลังจากผ่านไประยะหนึ่งจึงจะมีการเพิ่มการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความฟิต การฟิตร่างกายช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดที่เกิดจากเพศสัมพันธ์ได้ ถ้าคนไข้ยังมีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดที่ยังกำจัดไม่หมด จะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูนานขึ้น การรีบเร่งประกอบกามกิจไม่ควรทำถ้าหัวใจของคนไข้ยังเต้นผิดจังหวะ หรือยังมีอาการหัวใจวาย หรือยังมีปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่น เช่น ความดันโลหิตสูง หรือยังไม่ผ่าน Exercise stress test

คนไข้ควรสนใจปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ในคนไข้หัวใจขาดเลือดที่เสถียรดีแล้ว แพทย์อาจจะให้ใช้ยากระตุ้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศ (ทำให้หลอดเลือดขยายตัว) แต่ไม่ควรใช้ร่วมกับยาที่มีสารไนเตรต (ขยายตัวของหลอดเลือดเช่นกัน) ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะช่วยกันทำให้ความดันโลหิตตกลงเป็นอันตรายได้มาก การใช้สมุนไพรที่อ้างสรรพคุณว่าทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวนั้นไม่ควรใช้ เพราะไม่รู้ว่ามีตัวยาอะไรบ้าง และจะมีปฏิกิริยากับยาอื่นได้อย่างไรบ้าง และเพื่อลดความหนักในการออกแรงกาย ควรหลีกเลี่ยงสถานที่และคู่ขา(เอ๊าะ ๆ ) ที่ทำให้ตื่นเต้นมากเกิน ควรจะเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายไม่รุนแรง หลีกเลี่ยงอาหารมื้อใหญ่ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ซึ่งอาจจะทำให้ลดความรู้สึกสัมผัส ทำให้ถึงบางออร์(กัสซึ่ม) ยาก หลั่งยาก ต้องออกแรงมากเกินพิกัดทำให้หัวใจขาดเลือดตายคาสนามรบได้

หลังเป็นโรคหัวใจขาดเลือดแล้วอาจจะมีปัญหาอื่นที่เกี่ยวกับกิจกรรมทางเพศตามมาที่ต้องแก้ไข เช่น ขาดสมรรถภาพทางเพศในชาย ช่องคลอดแห้ง หญิงขาดความสนใจทางเพศ มีความวิตกกังวล หรือซึมเศร้า ซึ่งคนไข้อาจจะป้องกันการเสื่อมถอยหรือเพิ่มพูนความสามารถทางเพศหลังโรคหัวใจขาดเลือดได้โดย

  • ทำตามโปรแกรมฟื้นฟูหัวใจและปฏิบัติตามวิถีชีวิตที่ถูกสุขลักษณะ เช่น การออกกำลังเพิ่มความฟิต การใช้ชีวิตที่เอื้อต่อสุขภาพจะเป็นวิธีเพิ่มสมรรถภาพทางเพศที่ดี
  • หารือกับแพทย์หัวใจที่ให้การรักษาในเรื่องการกลับไปทำกิจกรรมทางเพศ การได้พูดคุยจะทำให้ลดความเครียดความวิตกกังวลลงไปได้มาก ซึ่งอาจจะทำให้ชีวิตคู่ของคนไข้กลับมาปกติได้อีก ควรถือคติว่า “อายครูบ่รู้วิชา อายหมอคาร์ดิโอบ่มีความสุข”
  • ควรพูดคุยไถ่ถามเรื่องทางกายภาพ ผู้ชายควรถามเรื่องการใช้ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศว่าควรจะใช้ได้เมื่อไร ควรหลีกเลี่ยงยาอะไรบ้าง ส่วนผู้หญิงควรถามว่าจะใช้ฮอร์โมนเพศหญิงในการรักษาช่องคลอดแห้งได้หรือไม่ เป็นต้น
  • ถามหมอเรื่องยารักษาที่อาจจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนผิดปกติทางเพศ (เช่น ยาต้านซึมเศร้าทำให้หลั่งช้า) ควรหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน

สำหรับเรื่องนี้จะมีประโยชน์สำหรับคนที่มีคติพจน์ที่ว่า “อดข้าวดอกนะเจ้าชีวาวาย เซ็งเหลือหลายถ้าอดเสน่หา”

ที่มา: HealthToday Magazine, No.220 August 2019